juvelook juvelook
การฉีดเฉพาะจุดเพื่อดูแลริ้วรอย รูขุมขน และรอยแผลเป็นจากสิว
- ฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อแก้ไขปัญหาผิวเฉพาะจุดอย่างตรงจุด
- Juvelook แบบไม่เจ็บ ผสมยาชาเพื่อเพิ่มความสบายขณะทำ
- เห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับ Sylfirm X เพื่อผิวเรียบเนียน กระจ่างใส
- อยากดูอ่อนเยาว์ขึ้น
- ต้องการปรับผิวให้เรียบเนียน
- ต้องการผิวฉ่ำใส อิ่มฟู
- กังวลเรื่องรูขุมขนกว้าง
- มีรอยสิวหรือพื้นผิวผิวหน้าไม่สม่ำเสมอ
- อยากให้ผิวตึงกระชับและยืดหยุ่นอย่างเป็นธรรมชาติ
สำหรับปัญหาหล่านี้
juvelook
การฉีดเพื่อฟื้นฟูผิว ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพื่อผิวที่กระชับและยืดหยุ่นอย่างเป็นธรรมชาติ
Juvelook คืออะไร?
Juvelook คือสกินบูสเตอร์รุ่นใหม่จากประเทศเกาหลี ผลิตจากกรดโพลีดีแอลแลคติก (PDLLA) และกรดไฮยาลูโรนิกชนิดเชื่อมโยง (crosslinked hyaluronic acid)
เมื่อฉีดเข้าไปยังบริเวณต่าง ๆ เช่น หน้าผาก ใต้ตา หรือร่องแก้ม จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวดูเต่งตึงและยืดหยุ่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
Juvelook มีประสิทธิภาพในการดูแลปัญหาผิวหลายประเภท เช่น ริ้วรอยเล็ก ๆ รอยแผลเป็นจากสิว และแม้กระทั่งรอยแดงที่เลเซอร์รักษาได้ยาก
PDLLA ซึ่งนิยมใช้ในไหมละลาย จะถูกดูดซึมอย่างค่อยเป็นค่อยไปภายใน 1-2 ปี ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนาน
ที่ Bibi Clinic กรุงเทพฯ เรามีบริการฉีด Juvelook โดยทีมแพทย์มากประสบการณ์ตามมาตรฐานญี่ปุ่น
หากคุณกำลังมองหาคลินิกที่น่าเชื่อถือสำหรับ Juvelook ในประเทศไทย เรายินดีให้คำปรึกษาและดูแลคุณอย่างใกล้ชิด
BIBI CLINIC
คุณสมบัติของจูเบ็ค
-
การฉีดที่แม่นยำ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สำหรับปัญหาผิวเฉพาะจุด
แม้ว่า Juvelook จะสามารถใช้ร่วมกับเครื่องมืออย่างสกินบูสเตอร์หรือ Potenza ได้ แต่ที่ Bibi Clinic การรักษาทุกเคสจะดำเนินโดย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแบบฉีดมือ (Manual Injection)
วิธีการนี้ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินสภาพผิวของคุณได้อย่างแม่นยำ และคำนวณปริมาณตัวยาที่เหมาะสมที่สุด (หน่วยเป็นซีซี) ตามปัญหาของแต่ละบุคคล
การฉีดมือมีประสิทธิภาพเป็นพิเศษกับบริเวณที่เครื่องจักรเข้าถึงได้ยาก เช่น ใต้ตา รอยคล้ำ ร่องแก้ม และรูขุมขนกว้าง
วิธีนี้ยังช่วยให้ตัวยาถูกส่งตรงเข้าสู่ชั้นผิวได้แม่นยำมากขึ้น
ด้วยความสามารถในการปรับระดับความลึกและปริมาณของตัวยาอย่างละเอียด เราจึงสามารถให้บริการการรักษาที่ปรับเฉพาะตามความต้องการของแต่ละคนได้อย่างแท้จริง
-
Juvelook แบบไม่เจ็บ ผสมยาชาเพื่อความสบายที่มากขึ้น
ผู้ป่วยจำนวนมากมักกังวลเรื่องความเจ็บปวดขณะฉีด Juvelook โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เป็นการฉีดมือ ซึ่งอาจทำให้รู้สึกมากกว่าการรักษาด้วยเครื่อง
ที่ Bibi Clinic เราใช้สูตรพิเศษที่เรียกว่า “Pain Free Juvelook” ซึ่งผสมกับยาชาเฉพาะที่ (lidocaine ร่วมกับ epinephrine) เพื่อลดความไม่สบายขณะฉีด
วิธีการนี้ช่วยให้ผู้รับบริการสามารถได้รับประโยชน์จาก Juvelook อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำ
แม้แต่ผู้ที่เคยไวต่อความเจ็บปวดจากการฉีดหรือหัตถการในอดีตก็สามารถทนวิธีนี้ได้ดีกว่า
หากคุณกำลังมองหาคลินิกที่เชื่อถือได้ในกรุงเทพฯ ที่ให้บริการฉีด Juvelook แบบ “ไม่เจ็บสไตล์ญี่ปุ่น” เราขอแนะนำให้คุณมาปรึกษาเรา
หมายเหตุ: แม้ว่าความเจ็บปวดจะลดลงอย่างมาก แต่ความรู้สึกไวของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน และการรักษาอาจไม่ไร้ความรู้สึกสำหรับทุกคน
-
ผสานกับซิลฟาร์มเอ็กซ์ ให้ผิวสวยยิ่งขึ้น
ที่คลินิกของเรา คุณสามารถรับการรักษาด้วย "Silfirm X" ร่วมกับ Juberuk ได้ "Silfirm X" คืออุปกรณ์ RF แบบไมโครนีดเดิลแบบเศษส่วน โดยการแทงเข็มขนาดเล็กลงบนผิวและปล่อยความร้อนไปยังชั้นหนังแท้ชั้นลึก จะช่วยกำหนดเป้าหมายไปที่รอยแผลเป็นจากสิวและริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา และยังช่วยให้ผิวกระชับขึ้นโดยรวมอีกด้วย นอกจากนี้ ยังสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น ฝ้า กระ และรอยแดง ซึ่งรักษาได้ยากด้วยอุปกรณ์ RF แบบไมโครนีดเดิลรุ่นก่อนๆ นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวได้ง่าย การรักษานี้จะช่วยให้ผิวพรรณสวยงามยิ่งขึ้น ผู้ป่วยที่ต้องการรับการรักษาด้วย "Silfirm X" ร่วมกับ Juberuk สามารถปรึกษาเราได้
รายการราคา
juvelook
| 3 cc |
9,800 บาท |
| 6 cc | 16,800 บาท |
BIBI CLINIC
ทำไมหลายคนจึงเลือกเรา?
-
สูตรที่อ่อนโยน ปลอดภัย ความเสี่ยงต่ำ เหมาะสำหรับการรักษา
ส่วนผสมหลักของ Juvelook คือ กรดโพลีดีแอลแลคติก (PDLLA) ซึ่งได้มาจากกรดแลคติกที่สกัดจากแป้งข้าวโพดและมันฝรั่งที่ผ่านการหมัก
PDLLA ถูกใช้มาอย่างยาวนานในวงการแพทย์ เช่น ในไหมละลายหรืออุปกรณ์ขยายหลอดเลือด เนื่องจากมีโครงสร้างโมเลกุลทรงกลม ทำให้ระคายเคืองต่อเซลล์รอบข้างน้อย จึงลดโอกาสการเกิดอาการแพ้หรือผลข้างเคียง
ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ หลังฉีด Juvelook เช่น รอยแดง บวม หรือช้ำ แต่โดยทั่วไปแล้วจะค่อย ๆ หายไปเองตามธรรมชาติ
หลังฉีด PDLLA จะค่อย ๆ ย่อยสลายเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำภายในระยะเวลา 1–2 ปี ซึ่งหมายความว่าสารนี้จะไม่ตกค้างในร่างกายอย่างถาวร
ด้วยคุณสมบัติการย่อยสลายอย่างช้า Juvelook จึงให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน
-
ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ด้วยความถี่การฉีดตามที่ Bibi Clinic แนะนำ
เพื่อให้ผู้รับบริการได้ผลลัพธ์จาก Juvelook อย่างเต็มประสิทธิภาพ Bibi Clinic แนะนำให้ทำการรักษา 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างแต่ละครั้งประมาณ 1 เดือน
แม้ว่าหลายคนจะเห็นผลหลังจากฉีดเพียงครั้งเดียว แต่การทำซ้ำตามแผนจะช่วยเพิ่มและยืดระยะเวลาของผลลัพธ์ได้ดียิ่งขึ้น
หลังจากฉีด Juvelook การสร้างคอลลาเจนจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ชัดเจนขึ้นในช่วงประมาณ 2–3 สัปดาห์ต่อมา
สำหรับคนส่วนใหญ่ ผลลัพธ์จะไม่เห็นทันที แต่จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปในช่วงหลายเดือน
ด้วยการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป Juvelook จึงให้ผลลัพธ์ที่ ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นาน โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงหรือไม่สมจริง
หากคุณกำลังมองหาคลินิกในกรุงเทพฯ ที่ให้บริการ Juvelook มาตรฐานญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง เราขอแนะนำให้คุณเข้ามาปรึกษาเรา
ขั้นตอนการบริการ
01
ปรึกษาแพทย์
แพทย์จะให้คำปรึกษาทางการแพทย์อย่างละเอียด
รวมถึงอธิบายขั้นตอนการรักษาโดยละเอียด หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม กรุณาแจ้งได้เลย
02
ล้างเครื่องสำอาง
หากบริเวณที่ฉีดอยู่บนใบหน้า กรุณามาโดยไม่แต่งหน้า
หรือเตรียมตัวลบเครื่องสำอางก่อนเริ่มการรักษาค่ะ
03
การรักษา
Juvelook จะถูกฉีดเข้าสู่ผิวอย่างพิถีพิถันโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
| ระยะเวลาในการรักษา | ประมาณ 60 นาที |
|---|---|
| จำนวนครั้ง | 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างครั้งละ 1 เดือน |
| การอาบน้ำและ ล้างหน้า |
สามารถอาบน้ำและล้างหน้าได้ในวันเดียวกันหลังทำ |
| การแต่งหน้า | สามารถแต่งหน้าได้ในวันถัดไป |
| ข้อห้ามในการรักษา | ・หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร ・ผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษามะเร็ง หรือภายใน 3 เดือนหลังการรักษามะเร็ง ・ผู้ป่วยมะเร็งผิวหนัง ・ผู้ที่มีโรคเริมกำเริบ กรุณาแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า หากมีประวัติการเจ็บป่วย โรคประจำตัว ภูมิแพ้ หรือยาที่กำลังใช้อยู่ |
| ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น | อาจมีอาการแดง บวม หรือรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีด |
| เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ | ・Juvelook เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. ไทย ・อาจมีความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงที่ยังอยู่ในระหว่างการประเมิน เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยจากประเทศต้นทางยังไม่สมบูรณ์ |
คำถามที่พบบ่อย
Q หลังฉีด Juvelook แบบฉีดมือ ต้องพักฟื้นหรือไม่?
A อาจมีอาการบวม แดง หรือช้ำเล็กน้อยหลังการรักษา แต่โดยทั่วไปอาการเหล่านี้จะเป็นเพียงชั่วคราวและหายได้เองภายในไม่กี่วัน.
Q การฉีด Juvelook แบบฉีดมือเจ็บไหม?
A การฉีดด้วยมืออาจทำให้รู้สึกไม่สบายเล็กน้อย แต่ที่ Bibi Clinic เราใช้สูตรพิเศษที่ผสมยาชา lidocaine เพื่อช่วยลดความเจ็บปวด ซึ่งผู้รับบริการส่วนใหญ่สามารถทนต่อการรักษาได้เป็นอย่างดี.
Q Juvelook กับ Rejuran ต่างกันอย่างไร?
A Juvelook เน้นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนโดยใช้ PDLLA และกรดไฮยาลูโรนิก เพื่อเพิ่มความกระชับและยืดหยุ่นของผิว ส่วน Rejuran ใช้ Polynucleotides (PN) ในการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิว จึงเหมาะกับผิวบอบบางหรือผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหลังการอักเสบมากกว่า
Q สามารถใช้เครื่องในการฉีด Juvelook ได้หรือไม่?
A
Juvelook สามารถฉีดได้ทั้งแบบฉีดมือและด้วยเครื่องมือ เช่น Potenza หรือการฉีดแบบ Skin Booster (Water Glow)
แต่ที่ Bibi Clinic เราเน้นการฉีดด้วยมือเท่านั้น เพื่อให้การรักษาแม่นยำและตรงจุดมากที่สุด
แพทย์ของเราจะประเมินและปรับตำแหน่งการฉีด รวมถึงปริมาณตัวยาให้เหมาะกับปัญหาเฉพาะของแต่ละบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
Q ฉีด Juvelook ครั้งเดียวจะเห็นผลเลยไหม?
A
ใช่ค่ะ ผู้รับบริการบางรายอาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังการฉีดเพียงครั้งเดียว
อย่างไรก็ตาม เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนานขึ้น เราแนะนำให้รับการรักษาเป็นคอร์สจำนวน 3 ครั้งค่ะ
Q Juvelook ต่างจากฟิลเลอร์ไฮยาลูนิกแอซิกทั่วไปอย่างไร?ฟิลเลอร์ไฮยาลูนิกแอซิกคืออะไร
A Juvelook เป็นสกินบูสเตอร์ที่ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว ในขณะที่ฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกให้ผลเรื่องเพิ่มวอลุ่มทันที แต่ไม่ช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูผิวในระยะยาว
หากคุณต้องการรับบริการ juvelook
BIBI CLINIC
สถานที่ตั้ง
27 3rd Floor, Room 306, Sukhumvit 55 (Thonglor), Khlong Tan Nuea, Wattana, Bangkok, 10110
แผนที่ Googleบล็อก
-

การฉีดกรดไฮยาลูโรนิกที่ปลายจมูกอันตรายจริงหรือไม่? ข้อควรรู้และวิธีการรักษาของคลินิกไทย-บีบี
เพียงแค่ปรับรูปทรงปลายจมูกเล็กน้อย ก็สามารถเปลี่ยนความประทับใจของใบหน้าทั้งหมดได้อย่างน่าทึ่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต คำว่า "ปลายจมูก กรดไฮยาลูโรนิก อันตราย" มักปรากฏขึ้น ทำให้หลายคนรู้สึกกังวล ดังนั้นในครั้งนี้ เราจึงจะมาพูดถึงการฉีดกรดไฮยาลูโรนิกที่ปลายจมูก […]
-

【การเลือกคลินิกในกรุงเทพฯ】จุดสำคัญเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการทำศัลยกรรมความงาม|ความใส่ใจของ Bibi Clinic ที่ผู้หญิงญี่ปุ่นสามารถมาใช้บริการได้อย่างมั่นใจ
การเลือกคลินิกในกรุงเทพฯ ประเทศไทย เป็นหัวข้อสำคัญสำหรับผู้หญิงญี่ปุ่นที่กำลังพิจารณาการแพทย์ความงาม ในประเทศไทยที่เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความงาม แม้ว่าจะมีตัวเลือกการรักษาที่หลากหลาย แต่เนื่องจากความแตกต่างทางภาษาและความรู้สึกด้านความงาม ทำให้หลายคนลังเลว่าจะเลือกคลินิกไหนดี […]
-

【คลินิกเสริมความงามในกรุงเทพฯ】บริการภาษาญี่ปุ่นที่มั่นใจได้! Bibi Clinic ให้บริการความงามแบบญี่ปุ่นที่ดูเป็นธรรมชาติและหรูหรา
เมื่อคุณกำลังมองหาคลินิกเสริมความงามในกรุงเทพฯ หลายคนอาจสงสัยว่า "มีคลินิกเสริมความงามที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้ไหม?" หรือ "กังวลว่าจะสามารถบอกความต้องการเกี่ยวกับผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนหรือไม่?" ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์เสริมความงามอย่างมาก และมีตัวเลือกในการรักษาที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม ภาษาและความรู้สึกด้านความงาม […]
-

การฉีดโบท็อกซ์ที่มุมปากเพื่อเพิ่มรอยยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติและอ่อนโยนที่ Bibi Clinic กรุงเทพฯ
การฉีดโบท็อกซ์ที่มุมปากช่วยลดปัญหา "ดูเหนื่อยล้า" "ยิ้มแล้วมุมปากไม่ยก" "ร่องแก้มเด่นชัด" และทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น เป็นหนึ่งในวิธีดูแลผิวพรรณที่ได้รับความนิยมในกรุงเทพฯ ประเทศไทย ซึ่งมีตัวเลือกทางการแพทย์ความงามมากมาย […]
LINE